นโยบายเลือกตั้ง กทม. ยังขาดมุมมองเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง

“กรุงเทพฯ จะเป็นเมืองปลอดภัยได้อย่างไร หากยังมองไม่เห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและเด็ก”
คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ชี้ นโยบายเลือกตั้ง กทม. ยังขาดมุมมองเรื่องความปลอดภัยของผู้หญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบาง
บนเวทีเสวนา “เลือกตั้ง กทม. กับนโยบายไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง…จริงหรือ?” คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ที่ปรึกษามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้สะท้อนมุมมองสำคัญต่อการพัฒนาเมืองว่า กรุงเทพมหานครอาจกำลังให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบางกลับยังไม่ถูกยกขึ้นเป็นวาระสำคัญของเมืองเท่าที่ควร
แม้ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหลายคนจะนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับถนน ทางเท้า น้ำท่วม ระบบขนส่ง หรือกล้องวงจรปิด แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือการมองเห็น “ชีวิตของผู้คน” ที่กำลังเผชิญปัญหาความรุนแรง ความเหลื่อมล้ำ และความเปราะบางในชีวิตประจำวัน
“พอไปดูนโยบายแล้ว ในเรื่องประเด็นสังคมมันอ่อนด้อยมาก พูดตรง ๆ คือไม่ค่อยเห็นคนเท่าไหร่ จะเห็นแต่เรื่องโครงสร้าง”
ความรุนแรงในครอบครัวยังเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถูกพูดถึงมากพอ
จากการติดตามและรวบรวมข้อมูลข่าวความรุนแรงในครอบครัวทั่วประเทศของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พบว่าสถานการณ์ยังคงน่าเป็นห่วงและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
คุณจะเด็จระบุว่า จากเดิมที่พบเพียงไม่กี่ร้อยกรณีต่อปี ปัจจุบันมีการรายงานเหตุความรุนแรงในครอบครัวมากกว่าพันกรณีต่อปี และที่น่ากังวลคือคดีฆาตกรรมภายในครอบครัวยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ความรุนแรงเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในบางพื้นที่ แต่เกิดขึ้นได้กับทุกครอบครัว ทุกชุมชน และทุกชนชั้นทางสังคม
กรุงเทพฯ ยังเผชิญปัญหาความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
นอกจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวแล้ว กรุงเทพมหานครยังเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่พบเหตุความรุนแรงทางเพศสูงที่สุดของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากการรวบรวมข่าวความรุนแรงทางเพศและความรุนแรงในครอบครัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งปรากฏผ่านสื่อหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ พบว่า ความรุนแรงทางเพศเป็นปัญหาที่พบมากที่สุด โดยในปี 2565 พบข่าวความรุนแรงทางเพศจำนวน 39 ข่าว และในปี 2566 พบ 34 ข่าว ขณะที่ข่าวการฆ่ากันในครอบครัวพบ 29 ข่าว เป็นอันดับรองลงมา
แม้ตัวเลขดังกล่าวจะสะท้อนสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขเหล่านี้อาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหาทั้งหมด เนื่องจากความรุนแรงจำนวนมากไม่เคยถูกแจ้งความ ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และไม่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชน ผู้หญิงและเด็กจำนวนไม่น้อยยังคงต้องเผชิญความรุนแรงอยู่ภายใต้ความเงียบ ความหวาดกลัว และข้อจำกัดในการเข้าถึงความช่วยเหลือ
คุณจะเด็จระบุว่า สถิติดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก และสมาชิกในครอบครัวยังคงเป็นปัญหาสำคัญของกรุงเทพมหานคร แต่กลับยังไม่ถูกยกระดับเป็นวาระสำคัญทางนโยบายของเมืองเท่าที่ควร
“กรุงเทพฯ มีการข่มขืนและคุกคามทางเพศอยู่ทุกจุด แต่ผมแทบไม่เห็นนโยบายที่พูดเรื่องนี้เลย”
เหตุการณ์ความรุนแรงทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่เปลี่ยวหรือชุมชนแออัด หากแต่เกิดขึ้นได้ทุกแห่ง ทั้งในบ้าน โรงเรียน สถานศึกษา สถานที่ทำงาน อาคารสำนักงาน ระบบขนส่งสาธารณะ และพื้นที่สาธารณะต่าง ๆ ของเมือง
ขณะเดียวกัน ความรุนแรงในครอบครัวก็ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในครัวเรือน แต่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย สุขภาพกาย สุขภาพจิต และคุณภาพชีวิตของผู้หญิง เด็ก และสมาชิกในครอบครัวในระยะยาว เด็กที่เติบโตท่ามกลางความรุนแรงมีความเสี่ยงเผชิญปัญหาทางอารมณ์ การเรียนรู้ และอาจได้รับผลกระทบต่อพัฒนาการในอนาคต
คำถามสำคัญไม่ใช่เพียงว่าเมืองมีถนนดีหรือระบบขนส่งสะดวกเพียงใด แต่คือผู้หญิง เด็ก และประชาชนจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยเพียงใดในเมืองแห่งนี้
เมืองที่ปลอดภัย ต้องปลอดภัยสำหรับทุกคน
คุณจะเด็จชวนมองว่า กรุงเทพมหานครไม่ได้มีเพียงประชากรตามทะเบียนบ้าน แต่ยังมีประชากรแฝง แรงงานข้ามจังหวัด แรงงานข้ามชาติ ผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบางอีกจำนวนมาก
เมืองที่มีผู้คนอาศัยและทำงานรวมกันกว่า 17 ล้านคน จึงไม่ควรถูกออกแบบจากมุมมองของคนเพียงบางกลุ่ม หากแต่ต้องคำนึงถึงความต้องการและความปลอดภัยของทุกคนอย่างเท่าเทียม
โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก และผู้ที่กำลังเผชิญความรุนแรง ซึ่งมักเป็นกลุ่มที่เสียงไม่ดังพอในกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะ
เมืองระดับโลก ต้องไม่ปล่อยให้ความรุนแรงเป็นเรื่องปกติ
คุณจะเด็จตั้งข้อสังเกตว่า กรุงเทพมหานครมักถูกนำเสนอในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่การเป็นเมืองระดับโลกไม่อาจวัดได้จากจำนวนนักท่องเที่ยวหรือมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว
หากผู้หญิงยังไม่ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ หากเด็กยังเติบโตท่ามกลางความรุนแรงในครอบครัว หรือหากผู้ประสบปัญหายังเข้าไม่ถึงระบบช่วยเหลือ เมืองก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
“คุณจะเป็นเมืองปลอดภัยระดับโลกได้ยังไง ถ้ามีการข่มขืน มีการคุกคามทางเพศ หรือมีคนที่ต้องการการดูแลแต่ยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ”
กทม. ควรเป็น “ตัวเชื่อม” การช่วยเหลือผู้ประสบความรุนแรง
อีกข้อเสนอสำคัญคือ กรุงเทพมหานครควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงความช่วยเหลือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล สถานีตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และภาคประชาสังคม
เพื่อให้ผู้หญิง เด็ก และผู้ที่ประสบความรุนแรงสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
“กทม. มีโรงพยาบาล มีหน่วยงาน มีเครือข่ายอยู่แล้ว ควรเป็นตัวเชื่อมให้คนที่ถูกกระทำความรุนแรงเข้าถึงการช่วยเหลือได้”
ข้อเสนอถึงผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป
มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเห็นว่า ผู้บริหารกรุงเทพมหานครชุดใหม่ควรให้ความสำคัญกับประเด็นความปลอดภัยของผู้หญิง เด็ก และกลุ่มเปราะบางอย่างจริงจัง โดยมีข้อเสนอสำคัญดังนี้
- ยกระดับปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศเป็นวาระสำคัญของเมือง
- สนับสนุนพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้หญิงและเด็กในทุกชุมชน
ทั้งด้านองค์ความรู้ งบประมาณ และบุคลากร พร้อมจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่ผู้ประสบความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงทางเพศในทุกเขต โดยมีนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาให้การช่วยเหลืออย่างเหมาะสม - บูรณาการระบบช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กที่ประสบความรุนแรง
เชื่อมโยงการทำงานระหว่างโรงพยาบาล สถานีตำรวจ นักสังคมสงเคราะห์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ - ปฏิรูประบบราชการและกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือประชาชน
เพื่อให้การทำงานตอบสนองต่อปัญหาของผู้ประสบความรุนแรงได้อย่างทันท่วงทีและใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น - เปิดพื้นที่ให้เสียงของชุมชนและประชาชนมีส่วนกำหนดนโยบายเมือง
โดยเฉพาะผู้หญิง เด็ก คนจนเมือง แรงงาน และกลุ่มเปราะบางที่มักถูกมองข้ามจากกระบวนการตัดสินใจ
กรุงเทพฯ ต้องเป็นเมืองที่ผู้หญิงและเด็กใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แต่สิ่งที่ต้องคิดต่อคือ กรุงเทพมหานครในอนาคตจะเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และเข้าถึงความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมหรือไม่
เพราะเมืองที่ดี ไม่ได้วัดจากความสะดวกสบาย จำนวนตึกสูงหรือเมกะโปรเจกต์เท่านั้น แต่ต้องวัดจากการที่ผู้หญิง เด็ก และประชาชนทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้โดยปราศจากความหวาดกลัวจากความรุนแรงในทุกรูปแบบ


