มากกว่า 15 ปี กับการก้าวเดินของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

คุณรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. เล่าถึงเส้นทางการทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล โดยบอกว่า หากนับจุดเริ่มต้นของการทำงานจริง ๆ แล้ว คงนับเพียง 15 ปีไม่ได้ เพราะมีรากฐานจากการทำงานของพี่จะเด็ดและเครือข่ายที่ยืนหยัดเคียงข้างผู้หญิงและแรงงานหญิงมาอย่างยาวนาน
คุณรุ่งอรุณเริ่มพาย้อนกลับไปถึงปี 2526 ซึ่งเป็นช่วงที่พี่จะเด็ดเริ่มทำงานเคียงข้างแรงงานหญิง ก่อนจะมีการทำงานต่อเนื่องในช่วงปี 2528 จนถึงปี 2536 โดยเน้นการลงพื้นที่อย่างจริงจัง เพื่อให้ผู้หญิงได้เห็นพลังและคุณค่าของตัวเอง
อีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่คุณรุ่งอรุณหยิบยกขึ้นมาคือ การขับเคลื่อนสิทธิลาคลอด 90 วัน ซึ่งเป็นเรื่องที่สังคมจดจำได้ และมีคนทำงานจำนวนมากเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลักดันสิทธิดังกล่าว
จากนั้นในช่วงปี 2544–2545 เป็นอีกช่วงของการพัฒนางาน โดยคุณรุ่งอรุณเล่าถึงการได้พบกับพี่จะเด็ด และการนำเรื่องสุรามาเป็นเครื่องมือในการสื่อสารและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากในเวลานั้นเรื่องเพศหรือ Gender ยังเป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับคนจำนวนมาก การหยิบเรื่องสุรามาเชื่อมโยงจึงช่วยให้สามารถสื่อสารกับผู้คนได้ง่ายขึ้น และต่อยอดไปสู่การทำงานที่เชื่อมโยงกับผู้ประสบปัญหา ผู้ดื่ม ครอบครัว อาสาสมัครชุมชน จนเกิดการพัฒนาแกนนำและเครือข่าย ในช่วงปี 2545-2553
การทำงานในช่วงต่อมา ก่อนปี 2554 ยังขยายไปสู่การสร้างความร่วมมือกับโรงงานและครอบครัว เกิดเป็นแนวทางโรงงานสีขาว ลดเหล้าละเลิกเหล้า ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก ซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีชีวิตที่ดีขึ้นของคนทำงาน
กระทั่งปี 2554 เป็นหมุดหมายสำคัญที่ยืนยันการบุกเบิกและพัฒนางานจนเกิดเป็นมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลอย่างเป็นรูปธรรม คุณรุ่งอรุณจึงย้ำว่า หากมองย้อนกลับไปตลอดเส้นทาง จะเห็นว่าการทำงานของมูลนิธิฯ มีความเป็นมายาวนานกว่าระยะเวลา 15 ปี
คุณรุ่งอรุณยังชวนมองความหมายของการทำงานลด ละ เลิกเหล้า โดยเห็นว่าเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่นำไปสู่การเห็นคุณค่าในตัวเองให้กับผู้คน เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับตัวบุคคล แต่ยังส่งผลต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม
“การลดเหล้าเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนะคะ แล้วก็นำไปสู่การเห็นคุณค่าในตัวเอง เราเปลี่ยนเป็นคนใหม่ได้ และเราก็ทำให้ครอบครัวดีขึ้น สังคมดีขึ้น ชุมชนดีขึ้นได้”
สำหรับความสำเร็จตลอดเส้นทางที่ผ่านมา คุณรุ่งอรุณย้ำว่าไม่ใช่ผลงานของพี่จะเด็ดเพียงคนเดียว แต่เกิดจากผู้คนจำนวนมากที่เข้ามาร่วมกันทำงาน และช่วยกันพิสูจน์ให้เห็นว่าทุกคนสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเอง กลับมามีเห็นคุณค่าในตัวเอง และทำให้ชีวิตครอบครัวดีขึ้นได้
ช่วงท้าย คุณรุ่งอรุณกล่าวขอบคุณทุกคนที่ร่วมเดินทางและเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน พร้อมย้ำถึงความตั้งใจที่จะเดินหน้าต่อไปด้วยกัน โดยไม่ปล่อยให้ใครต้องต่อสู้กับปัญหาเพียงลำพัง
“ขอบคุณและมั่นใจว่าเราจะต้องสู้ไปด้วยกันค่ะ”
ตลอดเส้นทางที่ยาวนานกว่าการก่อตั้งมูลนิธิฯ 15 ปี เรื่องราวที่คุณรุ่งอรุณนำมาเล่าทำให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมต้องอาศัยเวลาและคนจำนวนมากที่ร่วมกันลงมือทำ จากการยืนเคียงข้างแรงงานหญิง การผลักดันสิทธิของผู้หญิง ไปจนถึงการทำงานกับสุรา ครอบครัว และสถานประกอบการ ทุกช่วงเวลาล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ส่งต่อมาถึงวันนี้
เรียบเรียงจาก: กิจกรรม 15 ปี หญิงชายก้าวไกล “Inspiring Equality เสริมพลัง สร้างคุณค่า สู่การเปลี่ยนแปลง” วันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 THE HALLS Bangkok วิภาวดีรังสิต 64 กรุงเทพมหานคร


