บทบาท สสส. กับการสนับสนุนภารกิจของภาคประชาสังคม ที่ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์

ในวาระครบรอบ 15 ปี มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวแสดงความยินดีและให้กำลังใจเครือข่ายคนทำงาน โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานลดความรุนแรงในสังคม ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายด้าน โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นพ.พงศ์เทพ เล่าถึงประสบการณ์ในช่วงที่ทำงานเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลชุมชนว่า เคยพบกรณีผู้หญิงถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนไตแตก รวมถึงกรณีที่ผู้หญิงถูกทำร้ายด้วยมีดจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่เมื่อถึงเช้าวันต่อมา ผู้ก่อเหตุกลับมาขอโทษและบอกว่าเมื่อคืนเมาไปหน่อย
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นว่า สุราเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัวอย่างไร โดยคุณหมออธิบายว่า สุราอาจไม่ได้เป็นต้นเหตุทั้งหมดของการใช้ความรุนแรง แต่มีส่วนทำให้ผู้ดื่มขาดสติและยับยั้งชั่งใจได้น้อยลง โดยเฉพาะเมื่อมีความคิดก้าวร้าวหรือความขัดแย้งอยู่ก่อนแล้ว ก็อาจทำให้การกระทำรุนแรงเกินกว่าที่ควรจะเป็น
“สุรามันทำให้บดบังสติไปหมดเลย แล้วถ้าจิตใจคิดบางอย่างไว้อยู่แล้ว มันก็จะทำ แล้วก็เกินไปด้วย”
คุณหมอย้ำว่า การทำงานลดปัญหาสุราไม่ควรมุ่งต่อต้านหรือตีตราคนที่ดื่ม เพราะหากทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกว่าถูกเกลียดหรือถูกผลักออกจากสังคม ก็อาจยิ่งทำให้พวกเขาถอยห่างจากการเข้าถึงความช่วยเหลือ จึงควรแยกให้ชัดระหว่างการไม่ยอมรับพฤติกรรมการดื่มที่สร้างผลกระทบ กับการปฏิบัติต่อคนที่ดื่มอย่างเข้าใจและเปิดโอกาสให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
สำหรับแนวทางการลดการดื่ม คุณหมอเสนอว่าควรให้ความสำคัญกับกลุ่มที่ดื่มเป็นประจำ ดื่มหนัก หรือมีภาวะติดสุรา โดยช่วยให้ค่อย ๆ ลดระดับการดื่มลง ขณะเดียวกัน กลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังไม่เคยดื่มควรได้รับการสื่อสารให้หลีกเลี่ยงการทดลองดื่มตั้งแต่แรก เพราะแต่ละคนมีความสามารถในการควบคุมการดื่มไม่เท่ากัน โดยเฉพาะผู้ที่มีความเครียดหรือเผชิญปัญหาชีวิต อาจใช้สุราเป็นเครื่องมือจัดการความรู้สึก จนกลายเป็นการดื่มต่อเนื่องและยากที่จะหยุด
นพ.พงศ์เทพยังเชื่อมโยงให้เห็นว่า ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่น ๆ ด้วย ทั้งสุขภาพจิต สุรา และยาเสพติด การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน พร้อมชื่นชมคนทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลและเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ลงมือทำงานอย่างต่อเนื่อง
คุณหมอกล่าวชื่นชมผู้เข้าร่วมงานที่เลือกจะลุกขึ้นมาทำงานเพื่อสังคม แม้บางคนอาจไม่ได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนั้นโดยตรง เพราะสิ่งที่กำลังทำคือการรักษาสังคมที่ปราศจากความรุนแรง การทำร้ายกันในครอบครัว การล่วงละเมิดทางเพศ และอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ เพื่อส่งต่อสังคมที่ดีให้กับลูกหลานในรุ่นต่อไป
ในช่วงท้าย นพ.พงศ์เทพอธิบายถึงบทบาทของ สสส. ว่า การเป็นกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเปิดโอกาสให้คนและองค์กรที่มีความตั้งใจทำงานแก้ไขปัญหาสังคม ได้เข้ามาขับเคลื่อนภารกิจตามความรู้ ความเชี่ยวชาญ และอุดมการณ์ของตนเอง โดยยกตัวอย่างมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลที่ทำงานด้านการลดความรุนแรงทางเพศ องค์กรและเครือข่ายอื่นที่ทำงานเรื่องการพนันและสุรา ซึ่งต่างมีบทบาทสำคัญในการทำงานกับผู้คนและชุมชน
“สสส. ถูกสร้างมาเป็นกองทุน เราจะไม่สร้างเจ้าหน้าที่ขึ้นมาเพื่อมาทำงานลดความรุนแรงทางเพศ แต่เรามอบภารกิจนี้ให้กับคนที่อยากทำ อย่างมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล แล้วมาช่วยกันขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์”
นพ.พงศ์เทพกล่าวให้กำลังใจเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ทำงานในพื้นที่ แม้งบประมาณสนับสนุนอาจมีไม่มากนัก แต่ยังคงมุ่งมั่นทำงานเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง พร้อมส่งกำลังใจให้มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลเดินหน้าทำงานต่อไป และหวังว่าจะได้รับกำลังใจจากเครือข่ายเช่นเดียวกัน
“เรากำลังพูดถึงอุดมการณ์ ที่มีคนอยากทำสิ่งนี้ไปตลอดชีวิตเพื่อแก้ปัญหา แล้วเขาทุ่มเท เขาอยากสร้างสังคมที่ดี”
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา การทำงานของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลสะท้อนให้เห็นถึงพลังของคนทำงานที่ไม่รอให้ปัญหาคลี่คลายไปเอง แต่เลือกลงมือทำร่วมกับภาคีเครือข่าย เพื่อให้ครอบครัวและสังคมเป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย
เรียบเรียงจาก: กิจกรรม 15 ปี หญิงชายก้าวไกล “Inspiring Equality เสริมพลัง สร้างคุณค่า สู่การเปลี่ยนแปลง” วันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 THE HALLS Bangkok วิภาวดีรังสิต 64 กรุงเทพมหานคร


