งานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของใครคนหนึ่ง: สื่อสารอย่างไรให้คู่รักเข้าใจกันด้วย NVC โดย พญ.นาตาชา ชวาลา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว
อัพเดทล่าสุด: 26 พ.ย. 2025
9 ผู้เข้าชม

งานบ้านไม่ใช่แค่เรื่องใครจะล้างจาน เก็บห้อง หรือซักผ้าเท่านั้น แต่เป็นภาพสะท้อนของ ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ที่ฝังรากในหลายครอบครัวมานาน เมื่อฝ่ายหนึ่งต้องรับภาระงานบ้านมากกว่าอย่างต่อเนื่อง สิ่งนี้ไม่เพียงสร้างความเหนื่อยล้า แต่ยังอาจนำไปสู่ ความขัดแย้ง ความกดดัน และบางครั้งพัฒนาเป็นความรุนแรงในครอบครัว ได้ในที่สุด
พญ.นาตาชา ชวาลา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว อธิบายว่า การเปิดบทสนทนาเรื่องงานบ้านอย่างเข้าใจและเคารพกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ การแบ่งงานบ้านไม่ใช่การ ช่วย แต่คือการ แบ่งภาระร่วมกัน ของทั้งคู่
หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้สื่อสารเรื่องนี้ได้อย่างสร้างสรรค์ คือ การสื่อสารอย่างไม่ใช้ความรุนแรง (Non-Violent Communication : NVC) ซึ่งช่วยลดการกล่าวโทษ เปิดพื้นที่ให้รับฟัง และทำให้คู่รักคุยกันได้แม้เป็นเรื่องที่เคยคุยยาก
NVC มี 4 ขั้นตอนง่าย ๆ แต่ทรงพลัง
1. สังเกตโดยไม่ตีความ ไม่กล่าวโทษ
เริ่มต้นด้วยข้อเท็จจริง ไม่ผสมความรู้สึกหรือการตำหนิ เช่น แทนที่จะพูดว่า เธอไม่เคยช่วยงานบ้านเลย ให้พูดว่า เมื่อเช้าเราเป็นคนล้างจานคนเดียว และงานบ้านหลายอย่างยังเหลืออยู่
การเริ่มต้นด้วย ข้อสังเกต ช่วยให้บทสนทนาไม่กลายเป็นการปะทะ
2. บอกความรู้สึกของเราอย่างตรงไปตรงมา
ใช้ประโยคขึ้นต้นว่า ฉันรู้สึก เช่น ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก ฉันรู้สึกกังวลว่าบ้านจะไม่เรียบร้อย
การพูดเช่นนี้เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายรับฟังอย่างไม่ถูกกล่าวหา
3. บอกความต้องการอย่างจริงใจ
ทุกความรู้สึกมีความต้องการเบื้องหลัง เช่น ต้องการความร่วมมือ ต้องการการแบ่งเบา ต้องการความเห็นอกเห็นใจ
เมื่ออีกฝ่ายเข้าใจความต้องการที่แท้จริง ความเข้าใจก็จะเกิดขึ้น
4. ขอร้องอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และเป็นไปได้จริง
คำขอร้องต้องเฉพาะเจาะจง เช่น คืนนี้ช่วยล้างจานให้ได้ไหม ช่วยแบ่งตารางงานบ้านกันทุกสัปดาห์ได้ไหม
คำขอที่ชัดเจนทำให้ทั้งคู่ขยับไปสู่การปฏิบัติได้จริง
อีกสิ่งสำคัญ: ชื่นชมเมื่ออีกฝ่ายลงมือทำ ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน
พญ.นาตาชาเน้นว่า แม้การสื่อสารจะสำคัญ แต่สิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ไม่แพ้กันคือ การชื่นชมเมื่ออีกฝ่ายลงมือทำ แม้จะยังไม่ดีหรือสมบูรณ์แบบก็ตาม
การชื่นชมเล็ก ๆ เช่น ขอบคุณนะที่ล้างจานให้ ดีใจที่วันนี้ช่วยเก็บห้อง ทำให้การแบ่งงานบ้านเป็นเรื่องที่รู้สึกดีและมีคุณค่าทั้งสองฝ่าย ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
NVC: ไม่ใช่การยอม แต่คือการคุยอย่างไม่ทำร้ายกัน
NVC ไม่ได้ทำให้คนหนึ่งต้องยอมอีกคน แต่ทำให้คู่รักสามารถคุยเรื่องที่คุยยากได้ โดยไม่ทำร้ายกันทั้งทางอารมณ์และความรู้สึก
งานบ้านไม่เลือกเพศ แต่ต้องการความร่วมมือจากทั้งคู่
เมื่อคู่รักสื่อสารกันด้วยความเข้าใจและชื่นชมซึ่งกันและกัน งานบ้านจะไม่ใช่ภาระของใครคนหนึ่ง แต่จะกลายเป็น งานของครอบครัว ที่ทั้งคู่ร่วมมือกันทำได้อย่างเป็นธรรม
เพราะ ความเท่าเทียมเริ่มต้นที่บ้าน และเริ่มต้นได้จากการคุยกันอย่างไม่ทำร้ายกัน
พญ.นาตาชา ชวาลา แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว อธิบายว่า การเปิดบทสนทนาเรื่องงานบ้านอย่างเข้าใจและเคารพกันจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ การแบ่งงานบ้านไม่ใช่การ ช่วย แต่คือการ แบ่งภาระร่วมกัน ของทั้งคู่
หนึ่งในวิธีที่ช่วยให้สื่อสารเรื่องนี้ได้อย่างสร้างสรรค์ คือ การสื่อสารอย่างไม่ใช้ความรุนแรง (Non-Violent Communication : NVC) ซึ่งช่วยลดการกล่าวโทษ เปิดพื้นที่ให้รับฟัง และทำให้คู่รักคุยกันได้แม้เป็นเรื่องที่เคยคุยยาก
NVC มี 4 ขั้นตอนง่าย ๆ แต่ทรงพลัง
1. สังเกตโดยไม่ตีความ ไม่กล่าวโทษ
เริ่มต้นด้วยข้อเท็จจริง ไม่ผสมความรู้สึกหรือการตำหนิ เช่น แทนที่จะพูดว่า เธอไม่เคยช่วยงานบ้านเลย ให้พูดว่า เมื่อเช้าเราเป็นคนล้างจานคนเดียว และงานบ้านหลายอย่างยังเหลืออยู่
การเริ่มต้นด้วย ข้อสังเกต ช่วยให้บทสนทนาไม่กลายเป็นการปะทะ
2. บอกความรู้สึกของเราอย่างตรงไปตรงมา
ใช้ประโยคขึ้นต้นว่า ฉันรู้สึก เช่น ฉันรู้สึกเหนื่อยมาก ฉันรู้สึกกังวลว่าบ้านจะไม่เรียบร้อย
การพูดเช่นนี้เปิดพื้นที่ให้อีกฝ่ายรับฟังอย่างไม่ถูกกล่าวหา
3. บอกความต้องการอย่างจริงใจ
ทุกความรู้สึกมีความต้องการเบื้องหลัง เช่น ต้องการความร่วมมือ ต้องการการแบ่งเบา ต้องการความเห็นอกเห็นใจ
เมื่ออีกฝ่ายเข้าใจความต้องการที่แท้จริง ความเข้าใจก็จะเกิดขึ้น
4. ขอร้องอย่างชัดเจน เป็นรูปธรรม และเป็นไปได้จริง
คำขอร้องต้องเฉพาะเจาะจง เช่น คืนนี้ช่วยล้างจานให้ได้ไหม ช่วยแบ่งตารางงานบ้านกันทุกสัปดาห์ได้ไหม
คำขอที่ชัดเจนทำให้ทั้งคู่ขยับไปสู่การปฏิบัติได้จริง
อีกสิ่งสำคัญ: ชื่นชมเมื่ออีกฝ่ายลงมือทำ ไม่ว่าผลจะออกมาแบบไหน
พญ.นาตาชาเน้นว่า แม้การสื่อสารจะสำคัญ แต่สิ่งที่ช่วยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์ไม่แพ้กันคือ การชื่นชมเมื่ออีกฝ่ายลงมือทำ แม้จะยังไม่ดีหรือสมบูรณ์แบบก็ตาม
การชื่นชมเล็ก ๆ เช่น ขอบคุณนะที่ล้างจานให้ ดีใจที่วันนี้ช่วยเก็บห้อง ทำให้การแบ่งงานบ้านเป็นเรื่องที่รู้สึกดีและมีคุณค่าทั้งสองฝ่าย ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง
NVC: ไม่ใช่การยอม แต่คือการคุยอย่างไม่ทำร้ายกัน
NVC ไม่ได้ทำให้คนหนึ่งต้องยอมอีกคน แต่ทำให้คู่รักสามารถคุยเรื่องที่คุยยากได้ โดยไม่ทำร้ายกันทั้งทางอารมณ์และความรู้สึก
งานบ้านไม่เลือกเพศ แต่ต้องการความร่วมมือจากทั้งคู่
เมื่อคู่รักสื่อสารกันด้วยความเข้าใจและชื่นชมซึ่งกันและกัน งานบ้านจะไม่ใช่ภาระของใครคนหนึ่ง แต่จะกลายเป็น งานของครอบครัว ที่ทั้งคู่ร่วมมือกันทำได้อย่างเป็นธรรม
เพราะ ความเท่าเทียมเริ่มต้นที่บ้าน และเริ่มต้นได้จากการคุยกันอย่างไม่ทำร้ายกัน
บทความที่เกี่ยวข้อง


