วันที่ 25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women)
อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ย. 2025
41 ผู้เข้าชม

วันที่ 25 พฤศจิกายน วันยุติความรุนแรงต่อสตรีสากล (International Day for the Elimination of Violence against Women) องค์การสหประชาชาติ (UN) ต้องการให้ทั่วโลกตระหนักถึงความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและร่วมกันยุติปัญหานี้ ขณะที่ประเทศไทยก็กำหนดให้เดือนพฤศจิกายนเป็น เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และครอบครัว เช่นเดียวกัน
หนึ่งในรากของความรุนแรง คือ ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในเรื่องใกล้ตัวที่หลายครอบครัวคุ้นเคย นั่นก็คือ "งานบ้าน"
งานบ้านเป็นหน้าที่ของใคร?
ค่านิยมชายเป็นใหญ่ที่สืบทอดกันมายาวนานทำให้สังคมยังเชื่อว่า
และที่หนักไปกว่านั้น ผู้ชายบางคนยังรู้สึกว่า "การทำงานบ้านทำให้เสียศักดิ์ศรีความเป็นชาย" เพราะถูกปลูกฝังว่าผู้ชายต้องทำงานนอกบ้านเท่านั้น
แม้ในปัจจุบันชายหญิงจะทำงานนอกบ้านไม่ต่างกัน แต่ความคิดเหล่านี้ยังฝังลึกอยู่ในหลายครอบครัว ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ในขณะที่คู่ของเธออาจใช้เวลาไปกับการดื่มสังสรรค์ เล่นพนัน หรือกิจกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งในหลายกรณีเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในบ้าน
เสียงจากสังคม: ผลสำรวจชี้ สังคมพร้อมเดินหน้า แต่ค่านิยมชายเป็นใหญ่ยังไม่หมดไป
ผลสำรวจประชาชนกรุงเทพฯปริมณฑล จำนวน 2,750 คน (ตุลาคม 2568) พบว่า สังคมกำลังก้าวสู่ความเท่าเทียมมากขึ้น
ผลสำรวจยังชี้ว่า ผู้หญิงกว่า 50% เคยรู้สึกเครียด เหนื่อยล้า หงุดหงิด หรือเกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์ เมื่อภาระงานบ้านตกอยู่ที่ตนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความไม่เท่าเทียมเล็ก ๆ อาจบานปลายกลายเป็นความรุนแรงได้
เริ่มต้นที่บ้าน เปลี่ยนความเชื่อ สร้างความเท่าเทียม
งานบ้านคือทักษะชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือ LGBTQ+ ทุกคนสามารถร่วมกันรับผิดชอบได้อย่างเท่าเทียม ผู้ปกครองเองก็มีบทบาทสำคัญในการสอนให้เด็ก ๆ เห็นว่า งานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของเพศใดเพศหนึ่ง
เรื่องการเลี้ยงลูกก็เช่นกัน ปัจจุบันผู้ชายมีบทบาทสำคัญมากขึ้น และยังได้รับสิทธิลางานเพื่อช่วยดูแลลูกภายใน 15 วัน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของผู้เป็นแม่ และสร้างสายใยความผูกพันในครอบครัวได้อย่างมีคุณค่า
ร่วมกันลบภาพจำ
ได้เวลาลบภาพจำเดิม ๆ แล้วว่า งานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิง เพราะความเท่าเทียมสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากในบ้านของเราเอง
มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลขอเชิญชวนทุกครอบครัวร่วมสร้างสังคมที่ปลอดความรุนแรง ด้วยการแบ่งปันงานบ้านอย่างเท่าเทียม
เพราะ "งานบ้านไม่เลือกเพศ ความเท่าเทียมเริ่มได้ที่ครอบครัว"
หนึ่งในรากของความรุนแรง คือ ความไม่เท่าเทียมทางเพศ ซึ่งปรากฏอย่างชัดเจนในเรื่องใกล้ตัวที่หลายครอบครัวคุ้นเคย นั่นก็คือ "งานบ้าน"
งานบ้านเป็นหน้าที่ของใคร?
ค่านิยมชายเป็นใหญ่ที่สืบทอดกันมายาวนานทำให้สังคมยังเชื่อว่า
- ผู้หญิงต้องทำงานบ้าน ดูแลลูก
- ผู้ชายเป็นผู้นำและหาเลี้ยงครอบครัว
- งานบ้าน ไม่ก่อรายได้ จึง ไม่มีคุณค่า
และที่หนักไปกว่านั้น ผู้ชายบางคนยังรู้สึกว่า "การทำงานบ้านทำให้เสียศักดิ์ศรีความเป็นชาย" เพราะถูกปลูกฝังว่าผู้ชายต้องทำงานนอกบ้านเท่านั้น
แม้ในปัจจุบันชายหญิงจะทำงานนอกบ้านไม่ต่างกัน แต่ความคิดเหล่านี้ยังฝังลึกอยู่ในหลายครอบครัว ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงต้องทำงานบ้านและเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ในขณะที่คู่ของเธออาจใช้เวลาไปกับการดื่มสังสรรค์ เล่นพนัน หรือกิจกรรมเสี่ยงอื่น ๆ ซึ่งในหลายกรณีเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในบ้าน
เสียงจากสังคม: ผลสำรวจชี้ สังคมพร้อมเดินหน้า แต่ค่านิยมชายเป็นใหญ่ยังไม่หมดไป
ผลสำรวจประชาชนกรุงเทพฯปริมณฑล จำนวน 2,750 คน (ตุลาคม 2568) พบว่า สังคมกำลังก้าวสู่ความเท่าเทียมมากขึ้น
- 90.7% เห็นด้วยให้เด็กทุกเพศฝึกทำงานบ้าน
- 89% เห็นว่าระบบการศึกษาควรสอนให้งานบ้านเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน
- 86.2% เชื่อว่าพ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่าง
- 85.3% สนับสนุนสิทธิ พ่อลาเลี้ยงลูก 15 วัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัว
- 48% เชื่อว่าผู้ชายควรเป็นผู้นำหาเลี้ยงครอบครัว
- 41.7% โตมาเห็นแต่ผู้หญิงทำงานบ้าน
- 36.9% เชื่อว่าผู้หญิงที่ดีต้องเป็นแม่บ้าน แม่ศรีเรือน
- 30.4% มองว่าผู้หญิงต้องทำงานบ้าน แม้ทำงานนอกบ้านแล้ว
- 28.9% คิดว่างานบ้าน ไม่ใช่หน้าที่ผู้ชาย
ผลสำรวจยังชี้ว่า ผู้หญิงกว่า 50% เคยรู้สึกเครียด เหนื่อยล้า หงุดหงิด หรือเกิดความขัดแย้งในความสัมพันธ์ เมื่อภาระงานบ้านตกอยู่ที่ตนเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าความไม่เท่าเทียมเล็ก ๆ อาจบานปลายกลายเป็นความรุนแรงได้
เริ่มต้นที่บ้าน เปลี่ยนความเชื่อ สร้างความเท่าเทียม
งานบ้านคือทักษะชีวิตของทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย หรือ LGBTQ+ ทุกคนสามารถร่วมกันรับผิดชอบได้อย่างเท่าเทียม ผู้ปกครองเองก็มีบทบาทสำคัญในการสอนให้เด็ก ๆ เห็นว่า งานบ้านไม่ใช่หน้าที่ของเพศใดเพศหนึ่ง
เรื่องการเลี้ยงลูกก็เช่นกัน ปัจจุบันผู้ชายมีบทบาทสำคัญมากขึ้น และยังได้รับสิทธิลางานเพื่อช่วยดูแลลูกภายใน 15 วัน ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระของผู้เป็นแม่ และสร้างสายใยความผูกพันในครอบครัวได้อย่างมีคุณค่า
ร่วมกันลบภาพจำ
ได้เวลาลบภาพจำเดิม ๆ แล้วว่า งานบ้านเป็นเรื่องของผู้หญิง เพราะความเท่าเทียมสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ จากในบ้านของเราเอง
มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลขอเชิญชวนทุกครอบครัวร่วมสร้างสังคมที่ปลอดความรุนแรง ด้วยการแบ่งปันงานบ้านอย่างเท่าเทียม
เพราะ "งานบ้านไม่เลือกเพศ ความเท่าเทียมเริ่มได้ที่ครอบครัว"
บทความที่เกี่ยวข้อง


