ขอขอบคุณทุกท่าน และเป็นกำลังใจให้กันและกัน เราจะเดินร่วมกันต่อไปแบบนี้อย่างแน่นอน

อีกหนึ่งบุคคลสำคัญของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล คือ คุณอังคณา อินทสา หรือ “พี่อัง” ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ผู้เข้ามารับช่วงต่อจากพี่จะเด็จ คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ซึ่งปัจจุบันเปลี่ยนบทบาทไปเป็นที่ปรึกษามูลนิธิฯ เพื่อสานต่อภารกิจและอุดมการณ์การทำงานที่วางรากฐานมาอย่างยาวนาน
ในโอกาสครบรอบ 15 ปี มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พี่อังพูดถึงเส้นทางการทำงานที่ผ่านมา ซึ่งมีหลายคนร่วมเดินทางกันมายาวนานกว่า 15 ปี และมองเห็นรากฐานการทำงานที่สั่งสมต่อเนื่องมาโดยตลอด
พี่อังมองว่า สิ่งที่สะท้อนตัวตนหรือ DNA ของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล คือการทำงานแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่มีรากมาจากวิธีคิดแบบชายเป็นใหญ่ ควบคู่กับความเชื่อเรื่องการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นแนวคิดสำคัญที่ส่งต่อมาถึงคนทำงานและเครือข่ายในปัจจุบัน
“การเชื่อเรื่องการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์นี่แหละเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญ แล้วเราก็คิดว่าการมีวิธีคิด มีอุดมการณ์ที่เป็นรากสำคัญ มันต่อยอดส่งต่อมาให้กับคนทำงาน”
อีกหนึ่งความเชื่อที่เป็นพื้นฐานของการทำงาน คือการมองว่าปัญหาความรุนแรงในครอบครัวและปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมที่ไม่เป็นธรรม ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังของคนตัวเล็กตัวน้อยที่รวมกลุ่มกัน สร้างความเข้มแข็งและเชื่อมโยงเครือข่ายเข้าด้วยกัน

“การแก้ปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว โครงสร้างสังคมที่ไม่เป็นธรรมหรือความเหลื่อมล้ำ ต้องมาจากคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างพวกเราที่เกาะเกี่ยวรวมกลุ่มกันเป็นเครือข่าย”
ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายจากชุมชนในกรุงเทพฯ ชุมชนเมือง ชุมชนต่างจังหวัด หรือสหภาพแรงงาน ล้วนเป็นพลังสำคัญที่สามารถร่วมกันสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในสังคมได้
พี่อังเล่าว่า ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ความเชื่อดังกล่าวทำให้มูลนิธิฯ และเครือข่ายได้ร่วมกันทำงาน เรียนรู้ และลงมือปฏิบัติในพื้นที่ จนเกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ หลายคนที่อยู่ในงานและอีกหลายคนที่ไม่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้ ต่างเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเปลี่ยนแปลง และผลของการทำงานก็ยังคงอยู่ในทุกพื้นที่ที่เครือข่ายได้เข้าไปทำงาน
สำหรับทิศทางก้าวต่อไปของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พี่อังยืนยันว่าจะยังคงยึดมั่นในรากฐานความคิดและอุดมการณ์เดิม พร้อมเดินหน้าสร้างพื้นที่ สร้างคน และพัฒนาผลงานจากการทำงานร่วมกับเครือข่าย เพื่อนำไปสู่การตั้งคำถามต่อประเด็นทางสังคมที่อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัว ชุมชน และสังคมในอนาคต
ขณะเดียวกัน พี่อังยังกล่าวถึงบทบาทของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะภาคีเครือข่ายที่ให้การสนับสนุนและหนุนเสริมการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลนิธิฯ สามารถเดินหน้าภารกิจได้ และเห็นคุณค่าของสิ่งที่คนทำงานและเครือข่ายร่วมกันทำ
“เราจะทำงานต่อไปลำพังอย่างเดียวไม่พอ ที่ผ่านมาเราพบว่า สสส. เองก็เป็นภาคีเครือข่ายที่หนุนเสริม ทำให้พวกเราได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง แล้วก็เห็นคุณค่ากับสิ่งที่พวกเราทำ”
การเดินทางตลอด 15 ปีของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มีคนจำนวนมากร่วมกันสร้างขึ้น จากความเชื่อเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การรวมพลังของคนตัวเล็กตัวน้อย และการเชื่อมโยงเครือข่ายในพื้นที่ต่าง ๆ วันนี้เมื่อมีการส่งต่อบทบาทการนำองค์กร พี่อังก็ยังยืนยันที่จะยึดมั่นในรากฐานความคิดเหล่านี้ และเดินหน้าสานต่อภารกิจร่วมกับเครือข่าย เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับครอบครัว ชุมชน และสังคมต่อไป
“ขอขอบคุณทุกท่าน และเป็นกำลังใจให้กันและกัน เราจะเดินร่วมกันต่อไปแบบนี้อย่างแน่นอน”
เรียบเรียงจาก: กิจกรรม 15 ปี หญิงชายก้าวไกล “Inspiring Equality เสริมพลัง สร้างคุณค่า สู่การเปลี่ยนแปลง” วันที่ 8–9 ตุลาคม 2569 THE HALLS Bangkok วิภาวดีรังสิต 64 กรุงเทพมหานคร


