แชร์

"พื้นที่อิ่มสุข" นิทรรศการที่สะท้อนทั้งความสุข ความหวัง และพลังของชุมชน จากการแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และความมั่นคงทางอาหาร

อัพเดทล่าสุด: 7 ก.พ. 2026
7 ผู้เข้าชม

นิทรรศการ “พื้นที่อิ่มสุข” ที่จัดขึ้นในชุมชนสวนหลวง 1 (ซอยเจริญกรุง 103) ภายใต้งาน Bangkok Design Week 2026 โดยการมีส่วนร่วมสร้างสรรค์ของเครือข่ายชุมชนเมือง 5 พื้นที่ ได้แก่ ชุมชนสวนหลวง 1 ชุมชนซอยพระเจน ชุมชนวัดสวัสดิ์วารีสีมาราม ชุมชนเคหะคลองเก้า และสมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา (ชุมชนไทยเกรียง) อาจดูเหมือนกิจกรรมเล็ก ๆ ในชุมชนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด แต่เบื้องหลังพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ คือเรื่องราวการเดินทางยาวนานของการทำงานด้านความเสมอภาคทางเพศ การลดความรุนแรงในครอบครัว และการเยียวยาคนด้วยพลังของชุมชน
.
พี่อัง คุณอังคณา อินทสา ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ “พื้นที่อิ่มสุข” ว่า เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิชีววิถี และการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อทำงานเรื่อง “ความมั่นคงทางอาหาร” ควบคู่กับการลดการดื่มแอลกอฮอล์ ลดความรุนแรงในครอบครัว และลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพอื่น ๆ
.
ในมุมของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ชุมชนสวนหลวง 1 ไม่ใช่พื้นที่ใหม่ ที่นี่คือพื้นที่ที่ทำงานเรื่องความเสมอภาคระหว่างเพศ และการป้องกันความรุนแรงในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ในชุมชนแห่งนี้ มีผู้ชายจำนวนหนึ่งที่เคยมีพฤติกรรมดื่มสุรา และใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัว แต่เมื่อบางคนเริ่ม “เลิกเหล้า” และปรับพฤติกรรม ความเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น


.
อย่างไรก็ตาม พี่อังย้ำว่าการแก้ปัญหาในระดับปัจเจกหรือครอบครัวเพียงอย่างเดียว “ไม่พอ” ถ้าต้องการให้การลดเหล้าและลดความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเปลี่ยน “สภาพแวดล้อมของชุมชน” ไปพร้อมกัน
.
นี่จึงเป็นจุดที่ประเด็น “อาหาร” เข้ามาเชื่อมต่อ การทำงานร่วมกับมูลนิธิชีววิถี เปิดโอกาสให้คนในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้หญิงที่เคยเผชิญความรุนแรง ได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมปลูกผักสวนครัว แม้จะเป็นชุมชนเมืองที่มีพื้นที่จำกัด
.
มูลนิธิชีววิถีมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนวิทยากรที่มีความรู้เรื่องการปลูกผัก การปรุงดิน และการทดลองลงมือทำจริง โดยใช้พื้นที่ส่วนรวมของชุมชนร่วมกันเป็นฐานการเรียนรู้ ต่อมาเมื่อเกิดวิกฤตโควิด-19 พื้นที่ปลูกผักเหล่านี้ได้กลายเป็นแหล่งพึ่งพาตนเองของคนในชุมชน


.
จากพื้นที่ปลูกผักในชุมชน การดูแลกันจึงขยับต่อไปสู่เรื่อง “อาหารพร้อมกิน” ในช่วงที่ผู้คนจำนวนมากขาดรายได้ เกิดเป็นโมเดล “ข้าวไข่เจียวอิ่มสุข” ในช่วงวิกฤตโควิด-19 เมื่อชุมชนเมืองเผชิญปัญหาหนัก มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว จึงร่วมออกแบบกระบวนการเพื่อให้คนในพื้นที่เมืองมีอาหารที่เป็นประโยชน์และอิ่มท้อง คนที่ไม่มีเงินสามารถเข้าถึงอาหารได้โดยไม่ต้องจ่าย โมเดลนี้ค่อย ๆ กระจายไปตามพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ
.
มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้ร่วมสนับสนุนอุปกรณ์ การจัดการ และกระบวนการทำงานร่วมกับชุมชน ขณะเดียวกันเครือข่ายจากต่างจังหวัดยังช่วยส่งอาหารเข้ามาในเมือง ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง ผัก และปลาแห้ง จนชุมชนเมืองสามารถประคับประคองชีวิต และผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตนั้นมาได้ ร้านข้าวไข่เจียวจึงไม่ใช่แค่ร้านอาหารราคาถูก แต่กลายเป็น “ข้าวไข่เจียวอิ่มสุข” ที่ช่วยพยุงชีวิตคนเมืองให้ผ่านพ้นวิกฤตมาได้
.
ในบางพื้นที่ โมเดลร้านข้าวไข่เจียวอิ่มสุขยังถูกยกระดับให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นจุดรับฟังและให้คำปรึกษากับผู้หญิงที่เผชิญความรุนแรงในครอบครัว ควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชายที่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยง ได้เรียนรู้ ปรับเปลี่ยนตนเอง และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลชุมชนอีกครั้ง


.
ความยั่งยืนทางอาหารจึงเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤติต่าง ๆ การปลูกผักในบ้าน แปลงเล็ก ๆ หรือกระถางริมรั้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอาหารบนโต๊ะอีกต่อไป แต่กลายเป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้ผู้ชายที่เคยดื่มเหล้าได้ใช้เวลาว่างกับสิ่งที่ต้องดูแลอย่างต่อเนื่อง
.
ผู้ชายหลายคนเล่าว่า การเห็นผักที่ตัวเองปลูกค่อย ๆ เติบโตช่วยให้จิตใจสงบ รู้สึกผ่อนคลาย และเห็นคุณค่าในตัวเอง บางครอบครัวลดค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารได้จริงและกิจกรรมเล็ก ๆ นี้ยังช่วยฟื้นความสัมพันธ์ในครอบครัวและในชุมชน
.
พี่อังอธิบายว่า “พื้นที่อิ่มสุข” จึงไม่ได้หมายถึงการอิ่มท้องเพียงอย่างเดียว แต่คือการอิ่มใจ อิ่มกับความสัมพันธ์ที่กลับมาดีขึ้น อิ่มกับการลดความรุนแรงและอิ่มกับการลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพในหลายมิติพร้อมกัน


.
อีกหนึ่งมิติสำคัญคือ การทำงานกับชุมชนที่มีความหลากหลายทางศาสนา ทั้งชุมชนมุสลิมและพุทธ พี่อังย้ำว่า ความรุนแรงในครอบครัวเกิดขึ้นได้ในทุกชุมชน โดยเฉพาะในความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ผู้ชายอยู่เหนือผู้หญิงและเด็ก
.
สิ่งที่ทำให้ชุมชนสวนหลวง 1 แตกต่าง คือการ “ไม่ซุกปัญหาไว้ใต้พรม” แกนนำในชุมชนยอมรับว่าปัญหามีอยู่จริง และบางคนกล้าออกมาเล่าประสบการณ์การดื่มและการเปลี่ยนแปลงของตนเองอย่างตรงไปตรงมา การยอมรับนี้เอง คือจุดเริ่มต้นของการรวมกลุ่ม ปรับพฤติกรรม และออกแบบทางออกไปด้วยกัน


.
เมื่อพฤติกรรมเสี่ยงลดลง ศักยภาพอื่นของชุมชนก็เริ่มถูกดึงขึ้นมา ทั้งเรื่องอาหารท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และการดูแลกันเองในชุมชน เครือข่ายในและนอกพื้นที่จึงเข้ามาหนุนเสริม ทำให้ชุมชนค่อย ๆ เข้มแข็งขึ้นจากภายใน
.
การนำ “พื้นที่อิ่มสุข” มาจัดแสดงและเปิดพื้นที่เรียนรู้ใน Bangkok Design Week 2026 จึงเป็นความตั้งใจที่จะชวนสังคมเห็นว่า การออกแบบไม่ได้มีแค่ศิลปะหรือสถาปัตยกรรมแต่รวมถึง “การออกแบบความสัมพันธ์” การออกแบบกระบวนการลดความรุนแรง และการออกแบบชุมชนให้ดูแลกันเองได้


.
พี่อังทิ้งท้ายว่า อยากให้ชุมชนอื่น ๆ ได้มาแลกเปลี่ยน เรียนรู้ และนำบทเรียนจากสวนหลวง 1ไปปรับใช้ตามบริบทของตัวเอง เพราะ “พื้นที่อิ่มสุข” ไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทุกที่ แต่สามารถเติบโตได้ในแบบของแต่ละชุมชน
.
และสำหรับใครที่ได้มาเยือน อาจไม่ได้กลับไปแค่อิ่มท้องจากอาหารชุมชน แต่จะกลับไปพร้อมความสุข ความหวัง และภาพของพลังเล็ก ๆ ที่ร่วมกันเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้จริง


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy