คุณบี (นามสมมุติ) ถูกน้ำกรดสาด จากผู้ชายที่บอกว่า “รักเธอสุดหัวใจ”

Last updated: 26 ต.ค. 2565  |  631 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คุณบี (นามสมมุติ) ถูกน้ำกรดสาด จากผู้ชายที่บอกว่า “รักเธอสุดหัวใจ”

“ใครจะไปสาดน้ำกรดคนอื่นได้ มีแต่ในละครเท่านั้นแหละ” แต่ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้พวกเราเปลี่ยนความคิด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทำให้เราทราบว่าเธอเคยถูกทำร้าย ใช่ เธอถูกสาดน้ำกรด แต่ต่างจากในละครตรงที่คนกระทำเป็นผู้ชายที่อ้างว่า “รักเธอสุดหัวใจ”

ย้อนกลับไปปี 2516 คุณบี (นามสมมุติ) เรียนพาณิชย์ฯ ปี 1 และเป็นช่วงที่ผู้ชายคนนี้เข้ามาพัวพันในชีวิต

“ตอนเข้ามาจีบแรก ๆ เขาก็ดูเป็นคนนิสัยดี แต่พอคบกันแล้วเขาก็แสดงความเป็นเจ้าของเราเลย เริ่มหึงหวง ไปไหนก็จะคอยตามตลอดเวลา เวลาเราเลิกเรียนเขาก็จะมาดักรอรับเรา ถ้าวันไหนที่เราไปกับเพื่อน เขาไม่เจอเรา กลับมาเขาก็จะโวยวาย จนรู้สึกอึดอัด รู้สึกถูกจำกัดอิสรภาพ”

“เราคิดว่าคงไปด้วยกันไม่ได้แล้ว เขาจะมาทำแบบนี้กับเราไม่ได้ เราก็บอกเขาไปตรง ๆ ว่าไม่ต้องมายุ่งกับเราแล้ว แต่เขาก็บอกว่าเขารักเรามาก เขาขาดเราไม่ได้เลย อยากได้อะไรเขาจะให้หมด ถึงขั้นจะพาแม่มาหมั้นเรา แต่ตอนนั้นเราคิดว่ามันไปกันไม่ได้ เราคิดว่าเขาจะเข้าใจ แต่ไม่เลย หลังจากนั้นเขาก็ตามเราไม่หยุด เห็นเราคุยกับผู้ชายไม่ได้เลยเขาจะเข้ามาแสดงอาการหึงหวง พอเราปฏิเสธมาก ๆ ก็ว่าเราเป็นคนไม่ดี”

พยายามยุติความสัมพันธ์ตลอดเวลา?

“จนสุดท้ายเราบอกเขาให้ยุติไม่งั้นจะเอาเรื่อง เพราะมีครั้งหนึ่ง เขาพยายามจะฉุดเราขึ้นแท็กซี่ แต่มีคนเห็นแล้วเขามาช่วย เขาบอกให้เอาเรื่องไม่งั้นมันจะเกิดความรุนแรงมากกว่านี้ เราก็เลยแจ้งตำรวจมาจับเขา ตอนนั้นเขาก็โดนอบรมแล้วก็ถูกปล่อยตัวไป แล้วเขาก็หายตัวไป”

เรื่องราวน่าจะจบตรงนั้น?

“เราก็คิดว่ามันจบแล้ว แต่ไม่ใช่ เพราะเขาตามเราอยู่ตลอด จนกระทั่งวันหนึ่งเราไปเดินเล่นสวนสาธารณะกับเพื่อน เขากลับมา เอาน้ำกรดมาสาดหน้าเรา ต้องรักษาตัวอยู่หลายเดือน”

รอยแผลเป็นบนในหน้าของคุณบี ไม่ใช่เพียงแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เราคาดเดาความเจ็บปวดในตอนนั้นได้ทันที และรู้ว่าเธอต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากขนาดไหน หนำซ้ำผู้กระทำยังไม่ได้รับโทษใด ๆ เลย

“เขาไม่ได้รับโทษใด ๆ เลย ไม่ได้ติดคุก เขาหลบหนีได้จนคดีสิ้นสุด 20 ปี จนถึงปัจจุบันก็ไม่เคยได้เจออีกเลย”

ชีวิตที่เหมือนตายทั้งเป็น ออกจากการเรียน เสียอนาคต ทนทุกข์อยู่กับใบหน้าที่เปลี่ยนไป ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง กว่าที่เธอจะเข้มแข็งและออกมาจากจุดนั้นต้องใช้เวลานานหลายปี

“พอออกจากโรงพยาบาลก็ไม่กล้าเจอใคร เก็บตัวเงียบ รู้สึกอายไม่กล้าออกจากบ้านตลอดเวลา 3 ปี เคยพยายามกินยานอนหลับ 110 เม็ดเพื่อฆ่าตัวตาย แต่พี่สาวมาช่วยทัน ต้องล้างท้องนอนอยู่โรงพยาบาลเดือนหนึ่ง ครอบครัวก็คอยเป็นกำลังใจ คอยช่วยเหลือตลอด พยายามพยุงเราให้ลุกขึ้นยืน เราก็เลยฮึดสู้ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ก้าวออกมาสู้ชีวิต จนกระทั่งกลับไปอยู่กับแม่ช่วยแม่ทำกิจการจนทุกวันนี้”

หลังจากนั้นก็มีโอกาสมาร่วมเป็นจิตอาสากับมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล?

“เราได้เข้ามาทำงานเป็นจิตอาสากับเพื่อน ได้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะทำได้มั้ย เพราะเราไม่มีความมั่นใจ แต่พอเราเริ่มทำ ได้ช่วยคนก็เริ่มมีความมั่นใจมากขึ้น เริ่มเปิดใจ มีความกล้ามากขึ้น”

“ที่เราลุกขึ้นยืนได้จนถึงวันนี้เพราะมีครอบครัวคอยพยุง และพลังใจจากเพื่อน ๆ รวมถึงมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล การได้บอกเล่าประสบการณ์ของตนเองมันเป็นการเยียวยาอย่างหนึ่ง อยากจะบอกทุกคนว่า หากโดนทำร้ายอย่าพึ่งหมดหวัง เพราะคุณค่าเรายังมี เรายังมีคนที่รักเราอยู่” คุณบีกล่าวทิ้งท้าย

สำหรับใครที่ถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัว สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกลได้ ทั้งทางโทรศัพท์ โทร. 02-513-2889 วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00-15.00 น. เว้นวันหยุดราชการ หรือเฟซบุ๊กเพจ “มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล” ขอให้ทุกคนกล้าที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความถูกต้อง และปกป้องตัวเองจากความรุนแรงทุกรูปแบบ

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้