สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา (สชพ.) องค์กรชุมชนเพื่อจัดการปัญหาและพึ่งพาตนเอง

สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา (สพช.) ตั้งอยู่ในชุมชนคนไทยเกรียง ถนนพระประแดง-สุขสวัสดิ์ ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2553 โดยกลุ่มแกนนำแรงงานหญิงไทยเกรียง เป็นองค์กรชุมชนที่ปรับตัวมาจาก สหภาพแรงงานสิ่งทอไทยเกรียง ที่เคยมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อสิทธิของกรรมกรแรงงานมายาวนานนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 จนกระทั่งโรงงานไทยเกรียงได้ปิดตัวลงในปี พ.ศ. 2549

เส้นทางการก่อเกิดองค์กรชุมชน สชพ. เริ่มต้นขึ้นภายหลังจากที่คนงานไทยเกรียง 390 คนและคณะกรรมการสหภาพฯ ทั้งคณะ 17 คนถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรมในปี พ.ศ. 2543 แต่ยังคงรวมกลุ่มกันอาศัยอยู่รอบโรงงานในบริเวณ 2 พื้นที่ของชุมชนเดิม

ในช่วงเวลาที่ก้าวออกจากโรงงานมาใช้ชีวิตในชุมชน ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของกลุ่มแกนนำสหภาพฯ ว่าจะยังคงยืนหยัดใช้ชีวิตต่อไปในชุมชนแห่งนี้หรือจะแยกย้ายกระจัดกระจายกันไป เพราะถึงแม้จะอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้มานาน แต่ระบบอุตสาหกรรมได้ทำให้พวกเขาไม่สามารถวิเคราะห์ได้ว่า จริงๆ แล้วคนในชุมชนนั้นมีมิติชีวิตอย่างไร ที่ผ่านมาขบวนการสหภาพแรงงานก็ทำงานเฉพาะเรื่องสิทธิแรงงานภายในรั้วโรงงานเท่านั้น ไม่สามารถเชื่อมโยงตัวคนงานกับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อถึงคราวที่ต้องออกมาใช้ชีวิตนอกโรงงานจึงออกอาการ “ไปไม่เป็น”  แต่ท้ายที่สุดแล้ว แกนนำแรงงานหญิงกลุ่มหนึ่งก็ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อโดยค่อยๆ ปรับตัวและเรียนรู้ชีวิตนอกรั้วโรงงาน

จังหวะนี้เองที่ มูลนิธิเพื่อนหญิง ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือสนับสนุน โดยวางบทบาทเป็น “พี่เลี้ยง” เพื่อนำทางเชิงยุทธศาสตร์ คอยให้คำแนะนำและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ตลอดจนให้องค์ความรู้เพื่อพัฒนาทักษะการทำงานกับชุมชน ทำให้กลุ่มแกนนำแรงงานหญิงไทยเกรียงเห็นว่า การจะแก้ปัญหาให้คนงานไทยเกรียงและคนในชุมชนนั้น จะต้องทำในหลายๆ มิติ ไม่ใช่เพียงเรื่องของสิทธิแรงงานเท่านั้น ในขณะเดียวกันมูลนิธิฯ เองก็ได้เรียนรู้และค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกัน เพราะที่ผ่านมาทีมงานมูลนิธิฯ ก็ยังไม่มีประสบการณ์การทำงานกับชุมชนมาก่อน

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เป็นต้นมาแรงงานหญิงไทยเกรียงได้พยายามรวมกลุ่มเพื่อพึ่งพาตนเองและช่วยเหลือเพื่อนที่ตกงานด้วยกัน โดยเริ่มจากการตั้ง ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนตกงาน ตามมาด้วยการตั้ง กลุ่มออมทรัพย์ชุมชนคนไทยเกรียง ที่สำคัญคือตั้ง “ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์” ของคนในชุมชนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานกับชุมชน และเชื่อมโยงไปสู่การทำงานกับมูลนิธิเพื่อนหญิงในเวลาต่อมาคือในปี พ.ศ. 2545 เมื่อมูลนิธิเพื่อนหญิงได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ทำการวิจัยเรื่อง “ผลกระทบของสุราในฐานะปัจจัยร่วมการเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว” โดยมีชุมชนคนไทยเกรียงเป็น 1 ใน 4 พื้นที่เป้าหมาย ทำให้เห็นว่า “เหล้า” เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวของคนงานและชุมชน

ปี พ.ศ. 2547 กลุ่มแรงงานหญิงไทยเกรียงจึงได้เข้าร่วม “โครงการลด ละ เลิกเหล้า : ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก” โดยการสนับสนุนของ สสส.ผ่านทางมูลนิธิเพื่อนหญิง และจัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กชุมชนไทยเกรียง ขึ้นมา เพื่อขับเคลื่อนงานโดยใช้ประเด็นเรื่อง “เหล้าและความรุนแรง” เป็นตัวเบิกทางเข้าไปทำงานกับชุมชน

การจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กชุมชนไทยเกรียง มูลนิธิเพื่อนหญิงได้ใช้กระบวนการสร้างกลุ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป เน้นการปูพื้นฐานสร้างความรู้ความเข้าใจต่อเรื่องความรุนแรง ปัญหาที่ผู้หญิงเผชิญอยู่ และบทบาทหญิงชาย ทั้งนี้มูลนิธิฯ ได้อาศัยความรู้ในการจัดตั้งกลุ่ม (organize) และเสริมสร้างในด้านแนวคิดสิทธิสตรี โดยใช้กระบวนการคือ

  1. จัดเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์
  2. จัดอบรมและให้การศึกษาในประเด็นบทบาทหญิงชาย
  3. วางแผนและจัดรณรงค์วันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก
  4. จัดทำกลุ่มสนับสนุน (group support) และ
  5. จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิงและเด็ก

ยุทธศาสตร์สำคัญคือ “การทำงานกับครอบครัว” โดยเริ่มจากการทำงานเชิงลึกกับกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนก่อนคือ คนงานชายไทยเกรียงที่มีปัญหาเรื่องติดเหล้า ชอบทำร้ายลูกและภรรยา ผ่านกิจกรรม “ค่ายครอบครัว” จนเกิดบุคคลต้นแบบเลิกเหล้าและครอบครัวต้นแบบ แล้วจึงขยายไปสู่กลุ่มคนอื่นๆ ในชุมชนที่ไม่ใช่คนงานไทยเกรียง ถือเป็นจุดแข็งในการเริ่มงานกับชุมชน เพราะในขณะนั้นภาพของคนงานไทยเกรียงยังถูกมองว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ชอบประท้วง การจะทำให้คนในชุมชนยอมรับกลไกของคนไทยเกรียงได้จึงต้องเริ่มจากคนของไทยเกรียงก่อน

เมื่อสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ได้ จึงทำให้คนในชุมชนเริ่มเข้าใจและเกิดการยอมรับว่าปัญหาเรื่องเหล้าและความรุนแรงเป็นปัญหาสังคมในชุมชนนั้น ที่ทำให้คนในชุมชนเดือดร้อนและได้รับผลกระทบด้วย ในที่สุดก็สามารถสร้างแนวร่วมจากคนในชุมชนได้และขยายผลไปสู่การทำงานมิติอื่น ๆ ตามมา กระทั่งสามารถก่อตั้ง “สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา” ขึ้นมาได้ในปี พ.ศ. 2553

ในปี 2560 สพช. มีสมาชิกจำนวน 118 คน มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทุกคนในชุมชนสามารถสมัครเป็นสมาชิกได้ทั้งหมด เป็นปรากฏการณ์ที่แตกต่างจากการเป็นสหภาพแรงงานทั่วไป โดยเปิดกว้างรองรับสมาชิกได้อย่างหลากหลาย ไม่มีข้อจำกัด และไปพ้นจากการทำงานในกรอบของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์

การเกิดขึ้นของ สชพ. เป็นการปรับตัวขององค์กรแรงงานที่มิได้ทำแค่ประเด็นปัญหาแรงงานเท่านั้น แต่มีเรื่องมิติอื่น ๆ ของชุมชนด้วย โดยเชื่อมโยงกับองค์กรเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เรียกได้ว่าเป็นการปรับตัวจาก “สหภาพแรงงาน” เป็น “สหภาพชุมชน” ที่มีการทำงานในหลากหลายมิติ ได้แก่ 

  1. การรับเรื่องราวร้องทุกข์
  2. การออมทรัพย์
  3. การลด ละ เลิกเหล้าและบุหรี่
  4. แรงงานนอกระบบ
  5. เกษตรอินทรีย์ในเมือง

สชพ. มีบทบาทชัดเจนในฐานะ “องค์กรชุมชน” ที่สามารถเป็นตัวแทนชาวบ้านได้ในการเรียกร้องหรือปกป้องสิทธิต่างๆ ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ และเป็นการแสดงเจตจำนงของคนในชุมชนที่จะลุกขึ้นมาจัดการปัญหาและพึ่งพาตนเอง ซึ่งที่ผ่านมามีทั้งการต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน คนด้อยโอกาส การคลี่คลายปัญหาเรื่องเหล้าที่นำไปสู่ความรุนแรงในครอบครัวและชุมชน และจัดการปัญหาอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน รวมไปถึงการริเริ่มทำเกษตรอินทรีย์ในเมืองโดยกลุ่มผู้ชายเลิกเหล้า ซึ่งระยะหลังได้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนงานของ สชพ. ร่วมกับกลุ่มแกนนำแรงงานหญิงไทยเกรียง

บทบาทการทำงานของ สชพ. สะท้อนให้เห็นว่าการมีองค์กรชุมชนที่เข้มแข็งเป็นคำตอบหนึ่งสำหรับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนในยุคสมัยปัจจุบันคือ 

  1. สามารถช่วยเหลือ แนะนำและหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกันในชุมชนได้ 
  2. เป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับชุมชน 
  3. เกิดพลังกลุ่มเพื่อเฝ้าระวังปัญหาและปกป้องสิทธิของคนในชุมชน 
  4. เป็นส่วนหนึ่งของพลังมวลชนในการแสดงความเห็นเชิงนโยบายที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เช่น การออกกฎหมาย 
  5. กระตุ้นให้คนในชุมชนตระหนักถึงสิทธิและบทบาทของตนเองในฐานะพลเมืองที่เป็นกลไกในการขับเคลื่อนสังคม

......

ปัจจัยหนุนเสริมความสำเร็จ ได้แก่ 

  1. การมีทุนเดิมจากการทำงานสหภาพแรงงาน คือ รู้เทคนิควิธีเจรจาเพื่อเรียกร้อง ไกล่เกลี่ยหรือยุติปัญหา มีความกล้าที่จะรับมือกับปัญหาและกล้าเข้าหาผู้ที่มีสิทธิอำนาจในหน่วยงานของรัฐ และมีเครือข่ายองค์กรภาคประชาชนที่เคยร่วมต่อสู้ด้วยกันมา ซึ่งพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ
  2. ทีมงานมีความผูกพัน รักใคร่กลมเกลียวดุจพี่น้อง
  3. มีความอดทนต่อแรงเสียดทานรอบด้าน และอดทนที่จะรอคอยความสำเร็จ 
  4. การยึดมั่นในอุดมการณ์เพื่อส่วนรวม ไม่หวั่นไหวต่อสินจ้างรางวัล 
  5. ได้รับการหนุนเสริมจากองค์กรพัฒนาเอกชนในด้านองค์ความรู้และการวางยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน ระยะแรกคือ มูลนิธิเพื่อนหญิง และต่อมาเป็น มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล

คุณอรุณี ศรีโต แกนนำผู้ร่วมก่อตั้ง สพช. ได้สรุป “กุญแจ 3 ดอกสู่ความสำเร็จ” ของการจัดตั้งองค์กรชุมชนแห่งนี้ไว้ดังนี้

คุณลักษณะของคนทำงานต้องมีความมานะอดทน ตั้งใจจริง ขยันและกล้าหาญ

“ตอนทำงานเรื่องเหล้ากับชุมชนใหม่ๆ โดนว่าสารพัด บางคนบอกว่าให้เราไปเผาโรงงานที่ผลิตโน่น ให้เขาเลิกขายไปเลย เราก็ต้องใจเย็นๆ ทนแรงเสียดทานให้ได้ บางคนเขาก็ไม่คุยด้วย เราก็เทียวไปเยี่ยมเยียน ซื้อส้มไปสองกิโลกับกล้วยหวีหนึ่ง ไปสร้างความคุ้นเคย คุยเรื่องอื่นไปก่อน ดังนั้นต้องขยัน มีความมานะอดทนและกล้าหาญ ถ้าไม่มีความกล้าหาญแค่เจอเขาว่าหนเดียวก็เลิกแล้ว”

วิธีการทำงานต้องเป็นกันเองกับชาวบ้าน

“ต้องทำงานด้วยความเป็นกันเองกับชาวบ้าน เราจะฝึกให้ทีมทำงานต้อนรับชาวบ้านดีๆ ยิ้มแย้มแจ่มใส บางเคสถ้าเขาหายไปเราก็ต้องลงไปหาถึงบ้าน ทำงานแบบติดดินเหมือนชาวบ้านเลย คุยให้รู้ว่าเราเป็นเพื่อนเขา”

ต้องรวมกลุ่มกันให้ได้และขับเคลื่อนงานอย่างต่อเนื่อง

“ต้องมีการจัดตั้งคือรวมกลุ่มกันให้ได้เพื่อสร้างพลังอำนาจในการต่อรอง เราจะมีพลังหรือไม่มีพลังมันอยู่ที่กลุ่ม แล้วการทำงานอย่างต่อเนื่องจะทำให้องค์กรยั่งยืน ไม่มีวันเลิก ไม่ขึ้นกับงบประมาณ อย่างไทยเกรียงแม้อยู่ในช่วงที่ของบประมาณยังไม่ผ่านเราก็มีกิจกรรมทำตลอด ขอแค่ทำงานอย่างมีความสุขมันก็ไปได้”

สรุปลำดับเหตุการณ์สำคัญ

 

ก่อนปี 2545ปี 2545-2546ปี 2547-2552ปี 2553-2556ปี 2557-2560
  • ปี 2523 ตั้งสหภาพแรงงานสิ่งทอไทยเกรียง

  • ปี 2549 โรงงานไทยเกรียงปิดตัวลง / สหภาพแรงงานฯ สลายตัว

  • แกนนำแรงานหญิงไทยเกรียงตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพคนตกงาน

  • มูลนิธิเพื่อนหญิงทำวิจัยร่วมกับกลุ่มแรงงานหญิงไทยเกรียง เรื่อง “ผลกระทบของสุราในฐานะปัจจัยร่วมการเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว”

  • ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ชุมชนคนไทยเกรียง

  • ปี 2547 โครงการลด ละ เลิกเหล้า: ลดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก

- ตั้งศูนย์ประสานการช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กชุมชนคนไทยเกรียง

- “ค่ายครอบครัว” ทำงานเชิงลึกกับแรงงานชายไทยเกรียงที่ติดเหล้า ทำร้ายลูก/ภรรยา ในพื้นที่ ต.บางจาก

- เกิดบุคคลต้นแบบเลิกเหล้าและครอบครัวต้นแบบ

- คนในชุมชนเข้าใจและยอมรับว่าปัญหาเรื่องเหล้าและความรุนแรงเป็นปัญหาของชุมชน/เกิดแนวร่วมจากคนในชุมชน

  • เกิดองค์ความรู้ “ค่ายครอบครัว”

  • ร่วมผลักดัน พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และ พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว

  • ปี 2553 ตั้งองค์กรชุมชน “สมาคมส่งเสริมสิทธิชุมชนเพื่อการพัฒนา”

- ปรับตัวจาก “สหภาพแรงงาน” เป็น “สหภาพชุมชน” ที่มีการทำงานหลากหลายมิติ

- บุคคลต้นแบบเลิกเหล้าร่วมขับเคลื่อนงานสมาคมฯ

  • เชื่อมโยงประเด็นเรื่องเหล้าและความรุนแรงไปสู่การพัฒนาชุมชนมิติอื่น ๆ

  • ปี 2557 โครงการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ (บูรณาการร่วมกับBIOTHAI)

  • เกิดการรวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์โดยบุคคลต้นแบบเลิกเหล้าจำนวน 24 ครอบครัว

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้